‘รวมคน-รวมพลัง-รวมเป้าหมาย’ ถอดบทเรียน ‘สมัชชาสุขภาพ’ 4 ภาค กระบวนการแก้ปัญหา-สร้างสันติภาพ-ผสานความสุข

  • photo  , 1000x667 pixel , 96,119 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 70,598 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 73,978 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 84,826 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 43,242 bytes.

‘รวมคน-รวมพลัง-รวมเป้าหมาย’  ถอดบทเรียน ‘สมัชชาสุขภาพ’ 4 ภาค  กระบวนการแก้ปัญหา-สร้างสันติภาพ-ผสานความสุข

วงเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “15 ปี พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550” ถอดบทเรียนกระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัด 4 ภาค ผู้แทนภาคีเครือข่ายการันตี “การมีส่วนร่วม” ช่วยรวมคน-รวมพลัง-รวมเป้าหมาย สามารถคลี่คลายปัญหาที่ซับซ้อนในพื้นที่ได้จริง

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “หลากหลายประสบการณ์จากกระบวนการ สมัชชาสุขภาพจังหวัด” ซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งภายในงาน 15 ปี สุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2565 โดยสาระสำคัญคือการถอดบทเรียนการใช้กระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัด ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาหลอมรวมภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในระดับจังหวัด เพื่อร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม

นายรอซีดี เลิศอริยะพงษ์กุล เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ความรุนแรงของจังหวัดชายแดนใต้ในช่วงปี 2547 รุนแรงมาก ขณะนั้นเกิดกลุ่มการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาขึ้นแต่ยังเป็นการทำงานที่แยกส่วนกัน จนกระทั่งปี 2551 สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง องค์กรต่างๆ จึงเริ่มประสานความร่วมมือกันมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการใช้กระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัด


ทั้งนี้ ประมาณปี 2556 ภาคีเครือข่ายจังหวัดชายแดนใต้ทุกภาคส่วนที่ทำงานร่วมกันเห็นพ้องต้องกันว่า จะเปลี่ยนโจทย์จากสมัชชาสุขภาพ เป็น “สมัชชาสันติภาพชายแดนใต้” แทน เพื่อสอดรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยยังใช้กลไกและหัวใจของสมัชชาสุขภาพฯ นั่นคือกระบวนการการมีส่วนร่วมบนพื้นฐานทางปัญญาและวิชาการ

“กระบวนการสมัชชาสุขภาพฯ ส่งผลต่อชายแดนใต้หลายเรื่อง ทั้งการทำให้ภาคประชาสังคมได้มารวมตัวกัน มีประเด็นในการทำงาน โดยเฉพาะกระบวนการพูดคุยเจรจาสันติภาพ ที่มีการเดินหน้ารับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนพื้นที่ จัดเวทีกว่า 200 เวที เพื่อนำข้อเสนอไปยื่นถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสองฝั่ง ทั้งฝ่ายรัฐบาลไทย และฝ่ายคู่ขัดแย้ง ทำให้ความตึงเครียดต่างๆ ผ่อนคลายลง” นายรอซีดี กล่าว

นายรอซีดี กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนงานในพื้นที่ ต้องมองภาพกว้างถึงบทบาทที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน แล้วหาทางเชื่อมร้อยอย่างไรเพื่อให้ความแตกต่างของแต่ละหน่วยงานมาส่งเสริมซึ่งกันและกัน เช่น หากเป็นกลไกของ สช. ทำให้เกิดการขยับทางนโยบาย แต่ระดับปฏิบัติอาจไม่เกิดมากนัก ส่วนกลไกของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อาจทำให้เกิดปฏิบัติการ เกิดกิจกรรมในพื้นที่ แต่ก็ไม่ได้เกิดเป็นนโยบายใหญ่ เป็นต้น ลักษณะเช่นนี้จึงเป็นหน้าที่ของสมัชชาฯ ที่จะมองภาพกว้าง เป็นคนกลางที่จะดึงการสนับสนุนของภาคส่วนต่างๆ มาตอบสนองและเคลื่อนเป้าหมายไปด้วยกัน

นายอนุพันธ์ สุวรรณพันธ์ เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า คำว่า “สุขภาพ” ในกระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัด อาจทำให้ภาคส่วนอื่นๆ เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของภาคสาธารณสุข เราจึงไม่ควรยึดติดกับคำว่าสุขภาพ โดยเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดศรีสะเกษได้เปลี่ยนวิธีการสื่อสารเรื่องนี้เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม ขณะเดียวกันได้ขยายความร่วมมือจากเดิมที่ภาคประชาสังคมเป็นหลัก ก็มีการชักชวนภาคราชการเข้ามาร่วมทำงานด้วย และความท้าทายหลังจากนี้คือการเชื่อมกับภาคเอกชนในพื้นที่ และการชักชวนกลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่ เข้ามาในกระบวนการ

ดร.จักรพันธุ์ นาน่วม เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ในกระบวนการสมัชชาสุขภาพฯ นั้น ภาควิชาการจะเป็นส่วนเติมเต็มและเป็นตัวกลาง ระหว่างภาครัฐที่มีกรอบการทำงานและอาจไม่ได้ลึกซึ้งถึงปัญหา กับภาคประชาชนที่เผชิญหน้ากับปัญหาโดยตรงและมีอารมณ์ร่วมมากกว่า โดยภาควิชาการจะช่วยให้นโยบายสาธารณะมีเหตุมีผลมากขึ้นและสำเร็จได้

ดร.จักรพันธุ์ กล่าวว่า หากต้องการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่เป็นดอกผลจากสมัชชาสุขภาพฯ จำเป็นต้องชี้ให้ภาคีองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นประโยชน์จากการดำเนินการ ที่สำคัญคือต้องทำให้เข้าใจว่านโยบายสาธารณะเหล่านี้ เกิดจากความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ และการมีอยู่ของกระบวนการสมัชชาฯ จะช่วยลดภาระ-ลดงาน ของหน่วยงานนั้นๆ ได้จริง เพราะยังมีหลายหน่วยงานที่อาจมองว่า มติสมัชชาฯ หรือนโยบายต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นการไปเพิ่มภาระงานประจำให้ ฉะนั้นจึงเป็นโจทย์ให้กับสมัชชาสุขภาพแต่ละจังหวัด ว่าจะเสนอประโยชน์ของนโยบายอย่างไร

“ปกติในทุกจังหวัดจะมีแผนของตัวเอง การขับเคลื่อนก็จะอิงกับแผนปฏิบัติการ แผนยุทธศาสตร์ของจังหวัด ภายใต้ตัวชี้วัด เป้าประสงค์ของเขา ฉะนั้นกลยุทธ์คือจะทำอย่างไรให้นโยบายสาธารณะของเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนเหล่านั้นได้ นำผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในจังหวัด ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม มาร่วมกันกลั่นกรองว่าแผนแต่ละด้านอยากเห็นอะไร แล้วด้านไหนที่ยังไม่มีใครขับเคลื่อน เราก็นำเอามาทำให้สอดคล้องกับนโยบายสาธารณะที่จะทำขึ้นมา” ดร.จักรพันธุ์ กล่าว

น.ส.ศิริพร ปัญญาเสน เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ปัญหาในจังหวัดลำปางมีมากและกระจายทั่วทั้งพื้นที่ แต่ที่ผ่านมาประชาชนพยายามแก้ไขปัญหาเองแบบกลุ่มก้อนเล็กๆ ซึ่งต้องใช้พลังมาก และการขับเคลื่อนงานด้วยภาคประชาสังคมเพียงฝ่ายเดียวก็อาจไม่เป็นที่ยอมรับจากภาคส่วนอื่นๆ ฉะนั้น ถ้าประชาชนเห็นปัญหาแล้ว ภาครัฐจำเป็นจะต้องเห็นปัญหานั้นด้วย แล้วจึงนำมาพูดคุยร่วมกัน ร่วมตัดสินใจ และจับมือขับเคลื่อนไปด้วยกัน

สำหรับสมัชชาสุขภาพจังหวัดลำปาง เกิดขึ้นในช่วงปี 2556 โดยมีทั้งภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น ภาควิชาการ รวมถึงภาคประชาชน เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนปัญหาร่วมของคนลำปาง จนระยะเวลาเกือบสิบปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน กระบวนการนโยบายสาธารณะได้ถูกนำมาแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะของคนลำปางไปแล้ว ผ่านมติสมัชชาสุขภาพ รวม 15 มติ ที่มีใน 3 กลุ่มประเด็นหลัก คือ 1. เรื่องคน เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส 2. ความมั่นคงทางอาหาร ผลักดันห่วงโซ่อาหารในป่าชุมชน ส่งเสริมการปลูกผักกินเอง ลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน 3. สิ่งแวดล้อม การจัดการหมอกควัน ไฟป่า นำไปสู่การเดินหน้าชุมชนลดการเผา


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม:  กลุ่มงานสื่อสารสังคม สช.  โทร. 02-8329141

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

« 7312
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง