เส้นทางสู่การเรียนรู้และพัฒนา "ข้าวตรัง" เพราะสุขภาวะคนตรังยั่งยืนด้วยการดูแลนาข้าว

  • photo  , 960x720 pixel , 114,940 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 17,336 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 62,110 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 70,299 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 129,071 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 131,010 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 135,382 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 138,831 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 137,003 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 129,311 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 114,556 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 121,067 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 92,736 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 85,021 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 140,862 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 93,755 bytes.
  • photo  , 640x960 pixel , 110,129 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 127,521 bytes.
  • photo  , 640x960 pixel , 96,776 bytes.
  • photo  , 640x960 pixel , 66,868 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 91,820 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 105,760 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 100,581 bytes.
  • photo  , 720x960 pixel , 134,499 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 61,227 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 99,453 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 83,386 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 76,671 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 137,041 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 92,638 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 61,060 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 51,172 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 72,448 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 61,961 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 100,697 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 105,717 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 112,637 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 76,048 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 97,356 bytes.
  • photo  , 960x639 pixel , 59,217 bytes.
  • photo  , 960x639 pixel , 52,609 bytes.
  • photo  , 960x720 pixel , 131,007 bytes.

(1) ก้าวย่าง…ทางเดิน ข้าวยอดม่วง สู่ข้าว GI

คำบอกจาก คุณเอกราช แก้วนางโอ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง
เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ต่อทีมนาข้าวจากจังหวัดตรัง ทั้งกลุ่มนาอินทรีย์ และนาแปลงใหม่ รวม 10 กลุ่มในพื้นที่ รวมถึงผู้แทนภาครัฐทั้งจากสำนักงานเกษตร และทีมสมัชชาสุขภาพจังหวัด ซึ่งขั้นตอนในการพัฒนาพันธุ์ข้าวมีตั้งแต่

  • รวบรวมพันธุ์ (2562)

  • คัดเลือกพันธุ์แบบหมู่(2562-63)

  • คัดเลือกพันธุ์แบบรวงต่อรวง (2563-64)

  • ศึกษาพันธุ์ (2564-65)

  • เปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี (2565-66)

  • เปรียบเทียบผลผลิตในนาเกษตร (2566-67)

และดำเนินการการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

ปัจจุบันทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวก็กำลังดำเนินการพัฒนาพันธุ์ข้าวเบายอดม่วงอยู่และพบว่าตอนนี้ข้าวเบายอดม่วง 2 ลักษณะ ที่แตกต่างกัน
เห็นระยะเวลาแล้วก็ต้องอุทานในใจว่า…นานจังกว่าจะเป็นข้าว GI

แล้วเราจะทำให้เร็วกว่านี้ได้อย่างไร

ข้อเสนอสำคัญจากพี่เจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว คือ การให้ทางจังหวัดมีคณะทำงานเฉพาะในเรื่องนี้ เพื่อได้ติดตามและผลักดันการพัฒนาพันธุ์ข้าวเบายอดม่วง เป็นพันธุ์ข้าว GI จังหวัดตรังอย่างต่อเนื่อง

ถ้าคนตรังอยากเห็นข้าวเบายอดม่วงเป็นข้าว GI ของจังหวัด เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนตรัง โดยเฉพาะพี่น้องตรังนาที่จะมีข้าวที่เป็นอัตลักษณ์ของบ้านเรา
เป็นอีกsignature ของจังหวัดตรัง

ถึงเวลาทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยช่วยกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ภาครัฐ พี่น้องกลุ่มทำนา  ภาควิชาการ และ คนตรัง ครับ
ก้าวต่อไป ก้าวข้าวเบายอดม่วงสู่ข้าว GI


(2) การศึกษาดูงานของกลุ่มทำนาตรัง ณ  ศูนย์วิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง-โรงสีข้าววิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง- สุพิศฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

มอบ "รางวัลระหว่างทางกลุ่มนาอินทรีย์ตรัง"

ใบรับรองผ่านการประเมินเตรียมความพร้อมของกลุ่ม ปี 2562 (ปีที่ 1) ประกาศนียบัตรจากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบให้กับตัวแทนกลุ่มนาอินทรีย์ในจังหวัดตรัง ที่ ผอ.หวาน  ศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวพัทลุง เป็นตัวแทนมอบแก่แกนนำกลุ่มนาอินทรีย์  7 กลุ่มทำนาตรังที่ลงมือเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตแบบทั่วไปสู่นาอินทรีย์
กลุ่มทำนา จาก 3 อำเภอ ได้แก่

กลุ่มอินทรีย์ข้าวอินทรีย์สวนสันติสุข กลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์โคกสะบ้า กลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์นาข้าวเสีย กลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์นาทุ่งเคียน กลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์นาปิด กลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์นาเหม่ และกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์วังคีรี ที่เข้าสู่กระบวนการนี้

ผ่านมา 1 ปีแล้ว และกำลังเข้าสู่ปีที่ 2 ที่มีทางศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวพัทลุง เป็นพี่เลี้ยง ได้เห็นรอยยิ้มเล็กๆ ของพี่น้องกลุ่มทำนาตอนรับประกาศนียบัตร

คิดไปคงคล้ายน้ำดื่มตามจุดcheck point ของนักวิ่งมาราธอน ที่ยังมีเส้นทางอีกพอสมควรกว่าจะถึงเส้นชัย การไปสู่การผลิตข้าวอินทรีย์ก็เช่นกัน


(3)การศึกษาดูงานของกลุ่มทำนาตรัง

เส้นทางศูนย์วิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง-โรงสีข้าววิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง- สุพิศฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

"วิธีคิดผู้ประกอบการ"

อดทึ่งกับวิธีคิดของผู้ใหญ่นัด ผู้แทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง ต.ปันแต อ.ควนขนุน จ.ตรัง

จุดเรียนรู้ศึกษาดูงานแหล่งที่ 2 ของกลุ่มทำนาจากจังหวัดตรัง

เรามีโอกาสรับฟังเรื่องราวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง กิจการโรงสีข้าว ที่มุ่งเน้นพัฒนา"ข้าวสังข์หยด" ข้าวพันธุ์ไทยขึ้นทะเบียน GI ชนิดแรก การรับซื้อ แปรรูปผลิตภัณฑ์ และการตลาด

แม้จะไม่ได้คุยสอบถามลึกซึ้งมากนัก แต่ก็พบว่าการทำงานของกลุ่มที่ผสมผสานวิธีคิดแบบผู้ประกอบการ การเลือก "ผลิตภัณฑ์เด่น" ที่มุ่งเน้นเฉพาะ "ข้าวสังข์หยด"  เป็นพระเอกของที่นี้ นอกจากแปรรูปเป็นข้าวสารแล้วก็นำมา ที่นำมาแปรรูปต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ขนมคุกกี้  เรียกได้ว่านึกถึงกลุ่มวิสาหกิจบ้านเขากลางก็นึกถึงข้าวสังข์หยด
การใช้ "การตลาดนำ" ลุงนัดเล่าให้ถึงการเก็บสต็อกข้าว แต่เดิมก็มีการรับซื้อมาไม่อั้น แต่ภายหลังพบว่าเมื่อข้าวข้ามปี คุณภาพของข้าวที่สีก็ลดลง ทำให้ต้องมาขายในราคาที่ขาดทุน ภายหลังก็ใช้สอบถามความต้องการของคู่ค้าก่อนแล้วจึงรับซื้อข้าวสังข์หยดมาสต็อกไว้ในปริมาณใกล้เคียง หรือแม้แต่ที่ปัจจุบันโรงสีข้าววิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง ที่อีกบทบาทคือการเป็นโรงเรียนOTOPแห่งเดียวในภาคใต้ ก็เปลี่ยนความรู้ มาเป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่งที่ก็เชื่อมโยงกับต้นทุนของ กลุ่มฯ
เป็นอีกความท้าทาย และชวนคิดกันต่อของกลุ่มทำนาอินทรีย์ และกลุ่มนาแปลงใหญ่ของตรังที่ได้เห็นการทำงานและรับฟังประสบการณ์การทำงานของกลุ่มฯ


(4)การศึกษาดูงานของกลุ่มทำนาตรัง

เส้นทางศูนย์วิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง-โรงสีข้าววิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง- สุพิศฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

"พึ่งตนเองด้านอาหารให้มากขึ้น"

คำพูดชวนคิดของพี่เสณี จ่าวิสูตร แกนนำภาคประชาสังคมคนสำคัญของจังหวัดพัทลุงที่มีส่วนร่วมในการสร้างรูปธรรม และการขับเคลื่อนผลักดันนโยบายสาธารณะในประเด็นข้าวอินทรีย์ของจังหวัดพัทลุงมาอย่างต่อเนื่อง ได้แลกเปลี่ยนกับแกนนำกลุ่มทำนาทั้งกลุ่มทำนาอินทรีย์และนาแปลงใหญ่จังหวัดตรัง
พร้อมชวนคิดสมการจากข้อมูลงานวิจัยที่บอกว่าคนหนึ่งคนโดยเฉลี่ยบริโภคข้าวปีละ 100 kg

ปัจจุบันคนตรังมีเท่าไหร่ แล้วลองคูณ 100 kg แล้วคูณราคาข้าว  620,000 คนx100kgx40 บาท = 2,480,000,000 บาท
คือตัวเลขเบื้องต้นที่ที่ประชุมช่วยกันคำนวณ

เชื่อว่ามีหลายคนตกใจกับตัวเลขที่คำนวณได้ มูลค่าของข้าวกว่า 2,000 ล้านบาทต่อ/ปี ซึ่งส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างจังหวัด เพราะปัจจุบันตรังมีพื้นที่นาประมาณเพียง 12,000 ไร่

ถ้าคนตรังผลิตข้าวได้เองเพิ่มมากขึ้น ก็จะเป็นการพึ่งตนเองด้านอาหารได้มากขึ้น

ชวนกันตามต่อ ช่วยเป็นกำลังใจให้กับกลุ่มทำนาอินทรีย์ และกลุ่มนาแปลงใหญ่จังหวัดตรังที่จะเป็นทัพหน้าในการผลิตข้าวที่ปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนตรัง


(5)การศึกษาดูงานของกลุ่มทำนาตรัง

เส้นทางศูนย์วิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง-โรงสีข้าววิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง- สุพิศฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

"ปิ่นโต" โอ้อร่อย

ภาพปิ่นโตเรียงรายรอพวกเราอยู่ภายหลังเดินเข้าไปในตัวอาคารของที่ทำการโรงสีข้าววิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง
จุดนัดหมายสำหรับการศึกษาดูงานกระบวนการผลิตข้าวต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ในพื้นทีพัทลุงในช่วงบ่ายนี้
อาหารมือเที่ยงสำหรับคณะพวกเราที่ถูกเตรียมไว้ให้รับประทานก่อนจะเข้าเนื้อหาตามโปรแกรม
ผู้ใหญ่นัดเล่าให้ฟังภายหลังว่าจะกระจายการทำปิ่นโตให้คนในชุมชน โดยให้ปิ่นโตละ 200 บาท เป็นการกระจายรายได้ให้กับคนในชุมชน
โดยส่วนตัวประทับใจกับรูปแบบการจัดการแบบนี้
ไม่ได้เพราะเป็นเรื่องการกระจายรายได้เท่านั้น
แต่เสน่ห์ของชุมชน ผ่านเรื่องราวของอาหารการกินก็เป็นอีกอย่างที่สร้างความประทับใจให้ผู้คน ผมเพิ่มข้าวไป 2-3 รอบ ชิมไปไม่ถึง 1 ใน 10 แต่ร่างกายก็บอกให้พอก่อน
ตัวอย่างเล็ก ๆ ของการจัดการที่คำนึงถึง "การกระจายโอกาส และการแบ่งปัน"
วิธีคิดสำคัญนี้ ถ้าได้มาเชื่อมโยงกับขบวนการขับเคลื่อนนาตรัง กระบวนการผลิตของกลุ่มนาอินทรีย์ และนาแปลงใหญ่ เชื่อว่าสุดท้ายจะไปถึงคำว่ายั่งยืน


(6)การศึกษาดูงานของกลุ่มทำนาตรัง

เส้นทางศูนย์วิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง-โรงสีข้าววิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง- สุพิศฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

"กินทีละคำ ทำทีละอย่าง ย่างทีละก้าว"

ข้อคิดติดหูของหมอเล็ก แห่ง สุพิศฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เกษตรกรรมชาติและแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ต.ตะแพน อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง แหล่งเรียนรู้จุดสุดท้ายในการศึกษาดูงานของทีมเครือข่ายตรังนา
คณะพวกเราเริ่มจากกระจายกันเดินชมฟาร์มของที่นี้  ที่มีการเลี้ยงทั้งปลาดุก กบ หมู วัว เป็ด ไก่ บริหารจัดการพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพมาก อีกทั้งแปลกใจกับกลิ่นในฟาร์มที่แทบไม่มี เชื่อว่าหลายคนมีคำถามในใจ เวลาไม่คอยท่าเพราะเราก็มาถึงช้ากว่าที่ตั้งไว้ก็เข้าห้องเพื่อฟังเรื่องราวการทำเกษตรธรรมชาติ โดยมีหมอเล็ก ทำหน้าที่บรรยายแบบเร่งรัดให้คณะพวกเรา ได้รับฟัง
กับเรื่องราวสำคัญที่หมอเล็กได้เล่าถึงเรื่องสำคัญในการทำเกษตรธรรมชาติที่ประกอบด้วย

1.น้ำหมักจุลินทรีย์  7 ชนิด ที่เป็นไว้ใช้สำหรับเสริมแร่ธาตุ วิตามิน ยาปฏิชีวนะ ฮอร์โมน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีน

2.จุลินทรีย์ท้องถิ่น IMO

3.น้ำหมักจุลินทรีย์ป้องกันศัตรูพืช สัตว์

ฟังแล้วอดทึ่งไม่ได้ว่าทำไมมันหลากหลายขนาดนี้
หมอเล็กให้รหัสสำคัญไว้ว่า จุลินทรีย์ท้องถิ่นก็เปรียบเหมือน"เครื่องจักร" ส่วนน้ำหมักจุลิทรีย์สูตรต่างๆ ก็เปรียบเหมือน "น้ำมันเชื้อเพลง"
เราทำเกษตรธรรมชาติก็ต้องคำนึงถึงทั้งเครื่องจักรและเชื้อเพลิง เวลากระชั้นมากหมอเล็กเลยให้สูตรน้ำหมักสมุนไพรตะไคร้แกงและกระเทียมเป็นของแถมให้กับคณะพวกเรา
ฟังเรื่องราวของหมอเล็กแล้วพี่ ๆ น้าๆ กลุ่มทำนาต่าง ๆ ให้ความสนใจมาก เวลาก็จวนเจียน 6 โมงเย็นแล้ว
ช่วงท้ายก็ให้ข้อมูลว่าสามารถนัดหมายมาดูงานแบบเต็มเวลากว่านี้ หรือ เตรียมคน เตรียมวัสดุอุปกรณ์ไว้ก็สามารถนัดหมอเล็กไปให้ความรู้กันที่ตรังได้
ปิดท้ายด้วยการเก็บภาพหมู่คณะเป็นที่ระลึก ขึ้นรถมุ่งหน้ากลับตรัง วันนี้เป็นอีกก้าวในการมาเติมความรู้ของเครือข่ายตรังนา แต่ยังมีอีกหลายก้าวที่ต้องก้าวกันต่อ หลังจากนี้คงต้องตามกันต่อสำหรับขบวนการนาตรังทั้งพี่ ๆ กลุ่มนาอินทรีย์ และกลุ่มนาแปลงใหญ่ในการประยุกต์ความรู้จากแหล่งศึกษาดูงานทั้ง 3 แห่งเหล่านี้ไปใช้ในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำอย่างไร หมายเหตุ : สำหรับท่านผู้สนใจเรียนรู้เกษตรกรรมธรรมชาติหมอเล็กเปิดสอนการเรียนรู้ที่ฟาร์มทุกวันเสาร์เวลา 9.00-12.00 น. ค่าลงทะเบียนคนละ 300 บาท

ปิดท้าย

ประชุมเชิงปฏิบัติการ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 22-23 ก.ค.63 วิทยากร หมอเล็ก @วัดหัวถนน
โดยมีประธานและคณะกรรมการจากนาอินทรีย์สวนสันติสุข 10 คน นาอินทรีย์ บ้านทุ่งเคียน 10 คน และนาแปลงใหญ่นาพละ 10 คน. นาอินทรีย์โคกสะบ้า+นาแปลงใหญ่โคกสะบ้า 10  คน นาอินทรีย์นาปด 8 คน นาข้าวเสีย 10 คน และนาเหม่ 8 คน โรงเรียนต้นบากราษฎร์บำรุง 7 คน และส่วนราชการจาก สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง นายประวิทย์ เตชวีรพงศ์ เกษตรอำเภอเมืองตรัง และนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา รองผํู้ว่าราชการจังหวัด ให้กำลังใจ ร่วมจัดโดย

1.สมัชชาสุขภาพจังหวัดตรัง

2.กลุ่มนาอินทรีย์ 6 กลุ่ม

3.กลุ่มนาแปลงใหญ่ 2 กลุ่ม

4.วัดหัวถนน

5.กำนันตำบลนาหมื่นศรี

6.กำนันตำบลนาพละ

ขอบคุณภาพจากน้องตาล Natthatida Phokaew

ตรังนา

สมัชชาสุขภาพ

สุขภาวะคนตรังยั่งยืนด้วยการดูแลนาข้าว

เชภาดร จันทร์หอม รายงาน

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

« 4919
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง