เขตสุขภาพเพื่อประชาชนภาคใต้

ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์ เขต 12

ประชุมคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชนเขต ๑๒ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ (ครั้งที่ ๕)

by Kamoltip Intano @March,23 2018 13.27 ( IP : 171...189 ) | Tags : ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์ เขต 12
  • photo  , 960x640 pixel , 82,695 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 101,523 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 100,649 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 86,021 bytes.
  • photo  , 960x640 pixel , 76,997 bytes.

การประชุมกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต ๑๒ ครั้งที่ ๕ (ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑) วันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑  เวลา ๐๙.๐๐ -  ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุมแคทลียา  สยามนครินทร์คอมแพล็กซ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สรุปการประชุมที่สำคัญ ดังนี้

วาระที่ ๑ เรื่องประธานแจ้งเพื่อทราบ - แนะนำกขป.ในสัดส่วนภาครัฐที่เข้ามารับหน้าที่ใหม่ - การประชุมของกขป.เขต ๑๒ ไม่เป็นทางการ เน้นความเป็นกันเอง

วาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม มติที่ประชุม  รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๖๐ (๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๐)

วาระที่ ๓  เรื่องเพื่อพิจารณา

    ๓.๑.นำเสนอผลการดำเนินงานภาพรวมโดยนายชาคริต โภชะเรือง เลขานุการร่วม สช.<br />

การดำเนินงานที่ผ่านมา คือ สร้างกรอบการทำงานและกรอบปัจจัยกำหนดคุณภาพชีวิตร่วมกัน ในมิติต่างๆ  โดยมีนักวิชาการทำการศึกษาสถานการณ์สุขภาพของภาคใต้ ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับ ๔ องค์กรหลักและกขป. นำมาสู่การกำหนดประเด็นร่วม โดยมี ๔ ประเด็นร่วมได้แก่ ๑.บุหรี่และปัจจัยเสี่ยง ๒.สุขภาวะของกลุ่มช่วงวัย ๓.สุขภาวะกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มเปราะบางทางสังคม ๔.เกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพ
กขป.มีหน้าที่ในการประสานความร่วมมือ โดยประสานภาคีต่างๆ มากำหนดยุทธศาสตร์และการวางแผนการทำงานร่วมกัน โดยมี ๓ ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การจัดการความรู้ การบูรณาการระดับพื้นที่ และการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ในการดำเนินงานมีพื้นที่ต้นแบบเป็นพื้นที่รูปธรรมเพื่อขยายผล พัฒนาระบบข้อมูลกลางเพื่อการทำงานร่วมกัน โดยเป้าหมายคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในเขต ๑๒ โดยแต่ละประเด็นจะมีรูปแบบการทำงานหลากหลาย สามารถที่จะออกแบบให้สอดคล้องกับองค์กรหรือภาคีร่วมได้ ซึ่งการขับเคลื่อนมีหลายมิติหลายแนวทางตามเหมาะสมของสถานการณ์พื้นที่และภาคีเครือข่าย

๓.๒ ความคืบหน้าแนวทางและผลการดำเนินงานกขป เขต ๑๒ ใน ๔ ประเด็นร่วม

 ประเด็นบุหรี่และปัจจัยเสี่ยง นำเสนอโดยนายวันอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง ประเด็นบุหรี่และปัจจัยเสี่ยงมีจุดหมายคือ คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนเขต ๑๒ เป้าหมายคือ สกัดผู้เสพรายใหม่และลดจำนวนผู้เสพรายเก่า มีการMapping เครือข่ายแต่ละประเด็น ต่อยอดพื้นที่ตัวอย่างเป็นแหล่งเรียนรู้  ซึ่งได้มีการจัดเวทีย่อยไปแล้ว ๒ ครั้ง โดยเชิญภาคีเครือข่ายองค์กรทั้ง ๗ จังหวัดมาเข้าร่วม  พบช่องว่างการทำงานที่ยังไม่ได้เชื่อมโยงกัน มีความสำเร็จเฉพาะจุด ยังต้องการการทำงานให้ครบกระบวนการต้นน้ำ-ปลายน้ำ ได้รับสมัครพื้นที่ต้นแบบในประเด็นดังกล่าวได้ก็คือ พื้นที่ยะลา และพื้นที่สตูล พัฒนาองค์ความรู้นำไปขยายผลยังภาคีที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข้อสังเกต -ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญคือ พื้นที่อยู่นอกสาธารณสุข และพื้นที่สาธารณะ  ซึ่งต้องสร้างจิตสำนึกในการณรงค์เลิกการสูบบุหรี่

 ประเด็นสุขภาวะของกลุ่มช่วงวัย  นำเสนอโดยนายประเวศ หมีดเส็น เลขานุการร่วม สธ. กรรมการประเด็นสุขภาพตามช่วงวัย มีโอกาสลงพื้นที่ตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมมีอายุประมาณ ๔๐๐ กว่าปี  ชุมชนกะมิยอมีจุดเด่นในเรื่องของสำนึกรักบ้านเกิด เริ่มการทำงานจากสิ่งง่าย ๆ  โดยมีกิจกรรมตรวจสุขภาพประจำปีให้กับชุมชน มีผู้สูงอายุมาร่วมกิจกรรมกับชุมชน มีกลุ่มเยาวชนเป็นแกนหลัก มีการจัดการสิ่งแวดล้อมคือ ขยะความดี ซึ่งมีกิจกรรมที่หลากหลายทำให้ชุมชนขับเคลื่อนงานไปได้  ตำบลกะมิยอมีการทำหมวกกะปิเยาะห์ ซึ่งเป็นวิสาหกิจของชุมชนแต่มีปัญหาคือ ฝุ่นผงจากเศษผ้า และปัญหาเรื่องการนั่งนานๆ ส่งผลต่อระบบสุขภาพระยะยาว

ข้อสังเกต -ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งบูรณาการทุกกลุ่มวัย แล้วแต่พื้นที่ นำองค์ความรู้จากตำบลกะมิยอไปขยายผลยังพื้นที่อื่น หรืออาจจะมีบางกลุ่มจังหวัดที่เลือกนำปัญหาของกลุ่มวัยมาดำเนินการ
 ประเด็นสุขภาวะชาติพันธุ์และกลุ่มเปราะบางทางสังคม นำเสนอโดยนางนิธินาถ ศิริเวช เลขานุการร่วม สปสช. ได้มีการแยกกลุ่มเป้าหมายให้ชัดคือ กลุ่มชาติพันธุ์ คือ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มมานิและอูรักลาโว้ย และกลุ่มที่ ๒ คือ กลุ่มเปราะบางทางสังคม เช่น กลุ่มผู้ต้องขัง กลุ่มเยาวชนที่มีสารเสพติด ผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กกำพร้า/เด็กและหญิงหม้ายที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ คนไร้บ้าน ชุมชนแออัด ชาวประมง คนไร้รัฐ คนพิการ ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง กลุ่มที่ไม่ได้แจ้งเกิดฯลฯ  โดยมีเป้าหมาย  คือ แก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงสิทธิ์ในด้านต่างๆ และการเข้าไม่ถึงปัจจัยสี่  ที่ผ่านมาสปสช. ได้มีการรับฟังความคิดเห็นในกลุ่มมันนิและกลุ่มอูรักลาโว้ย  นอกจากนี้ได้มีการประสานองค์กรอื่นๆ ที่เข้ามา เช่น กลุ่มสิทธิมนุษย์ชน กลุ่มองค์กรการแพทย์  ล่าสุดได้มีการร่วมเวทีรวมญาติของกลุ่มมันนิในเขตรอยต่อของจังหวัดพัทลุง สตูลและตรัง เพื่อสร้างความเข้าใจ และกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ซึ่งภาคีที่เป็นเจ้าภาพหลัก คือ สช. และศปจ.(ศูนย์ประสานงานภาคีพัฒนาจังหวัดสงขลา-ภาคประชาสังคม)  ในส่วนของศปจ. ได้รับงบจากรัฐบาลดำเนินการเก็บข้อมูลคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคมทุกจังหวัด เฉพาะพื้นที่จังหวัดสงขลามีข้อมูลคนยากลำบาก ที่ได้พัฒนาเป็นระบบข้อมูลกลางเพื่อเชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานต่างๆผ่านแอพพลิเคชั่น สามารถนำบทเรียนมาขยายผลต่อได้

 ประเด็นเกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพ นำเสนอโดยนายชาคริต โภชะเรือง เลขานุการร่วม สช. การทำงานของประเด็นนี้ ได้ทดลองดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายสวนยางพาราในจังหวัดสงขลา โดยมีเป้าหมายคือ ให้ชาวสวนยางพออยู่พอกิน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของเขต ๑๒ ไม่ให้พึ่งพายางพารามากเกินไป และส่งเสริมตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ แนวคิดคือใช้ตลาดและปัญญานำการผลิต การทำงานต้องทำให้เห็นตัวแบบก่อนคือ ใช้หลักการตลาดนำ และชวนผู้ผลิตมาสู่กระบวนการรองรับ และปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต ในช่วงเบื้องต้นคือ หารูปแบบและขยายผลไปพร้อมๆกัน โดยใช้ต้นแบบ ๕๐ ราย และเชื่อมโยงการผลิตระดับครัวเรือนและการตลาด เชื่อมโยงกับสาธารณสุขให้เป็นอาหารปลอดภัย และการปลูกพืชสมุนไพรร่วมยาง การแก้ไขปัญหาเกษตรกรชาวสวนยางต้องให้เกษตรกรเกิดความเชื่อมั่นด้วย ถึงจะสามารถทำงานเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้

๓.๓.World  Café แนวทางการดำเนินงานกขป เขต ๑๒ ใน ๔ ประเด็นร่วม ปี ๒๕๖๑

๓.๓.๑. กลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มเปราะบางทางสังคม

ข้อเสนอเพิ่มเติม ๑.วิเคราะห์เชิงระบบและจัดบริการที่เหมาะสม เช่น โครงการหมอน้อย(อสม.) ส่งเสริมให้ได้รับ การศึกษาเพิ่มโดย กศน.และการส่งเสริมอาชีพโดยสำนักงานแรงงานนอกระบบ

๒. หาที่ทำกิน/ที่ประกอบอาชีพ

๓. มีบัตรประชาชนแล้วคือ กลุ่มมันนิ แต่ยังมีบางกลุ่มที่ยังไม่มีบัตรประชาชน เช่น กลุ่มไร้ที่อยู่ใน เขตเมือง/กลุ่มเร่ร่อนในเขตเมือง คนไทยที่ยังไม่มีเลข ๑๓ หลัก

๔. การเข้าถึงสิทธิ์ สิทธิ์อื่นๆเช่น เด็กแรกเกิด บัตรคนจน(มาตรการสวัสดิการของรัฐ)

๓.๓.๒.ประเด็นสุขภาวะของกลุ่มช่วงวัย

ข้อเสนอเพิ่มเติม ๑. ต่อยอดทุนของชุมชนที่มีอย่างหลากหลาย/ขยายผล ไม่ติดยึดเฉพาะภาคีองค์กรความร่วมมือ

๒. นำข้อมูลที่มีอยู่มาถอดบทเรียนเป็นชุดความรู้  ให้ชุมชนวิเคราะห์ปัญหาของตนเอง  นำชุดความรู้(ต้นแบบ) มาให้ชุมชนเลือกให้เหมาะสมกับชุมชนของตนเองตามความสนใจและบริบทของพื้นที่ (shopping)

๓. ขยายผลสู่ภาคี ร่วมแก้ปัญหาระดับกลุ่มจังหวัด/เขต ให้เกิดเป็นรูปธรรม หนึ่งพื้นที่หนึ่งโมเดล ผลักดันจากพื้นที่ต้องมีต้นแบบ
๔. จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อท้องถิ่น การนำข้อมูลไปสนับสนุนพื้นที่ เพื่อผลักดันเชิงนโยบาย ใช้ระบบพี่เลี้ยงลงไปเสริมสนุนพื้นที่ ต้องมีการทำความเข้าใจท้องถิ่นให้มีการผลักดันเชิงนโยบายให้เป็นเป้าหมายร่วมกัน คำนึงถึงพื้นที่ซึ่งไม่มีความพร้อมด้วย

๕.การทำงานทุกระดับต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบกันได้ ซึ่งจะเป็นการทำงานที่ทำให้ชุมชนเกิดการยอมรับ

๓.๓.๓.ประเด็นบุหรี่และปัจจัยเสี่ยง

ข้อเสนอเพิ่มเติม

๑.ปรับกระบวนทัศน์ของผู้สูบทั้งรายใหม่และรายเก่า

๒. ในมิติของพี่น้องไทยพุทธ ใช้ธรรมนูญพระสงฆ์ ใช้กับพระในวัด พัฒนาวัดให้เป็นต้นแบบ (วัด เกาะบก/วัดเกาะเสือ/วัดสมเด็จ  )

๓.การประสานการทำงานร่วม เช่น ทำงานกับโรงเรียน เช่น ญว.๒ เนื่องจากมีมาตรการด้านการ ลงโทษที่ชัดเจน  โรงงานสีขาว (รณรงค์ลดละเลิกสูบบุหรี่ในโรงงาน) การทำงานระดับครอบครัว

๔.ถอดความรู้ระดับตัวบุคคล เรียนรู้/รณรงค์ในเรื่องผลกระทบของพิษภัยบุหรี่กับตัวเอง สังคมและ คนรอบข้าง

๕. Mappingเครือข่ายแต่ละประเด็น/สธ/รพ.สต./เครือข่ายชุมชน/ ต่อยอดพื้นที่ตัวอย่างเป็นแหล่ง เรียนรู้

๖.ประสานขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบ รัฐมีบทบาทสนับสนุน และชุมชนเป็นผู้จัดการโดยมีผู้นำ

๗. ผลักดันเชิงนโยบาย เช่น ยาสำหรับผู้เลิกสูบบุหรี่ให้อยู่ในบัญชียาหลัก  กฎหมายจำกัดพื้นที่สูบ บุหรี่ นโยบายรับคนไม่สูบบุหรี่เข้าทำงาน การตรวจสุขภาพระดับพื้นที่ เพื่อคัดกรองผู้สูบบุหรี่

๘. สิ่งที่เป็นความท้าทายของกขป.เราจะทำอะไรที่นอกเหนือจากบทบาท/สิ่งที่หน่วยงานรัฐทำอยู่
เช่น การฟ้องรวมกลุ่มกรณีผลกระทบจากการสูบบุหรี่

แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

-  อนาคตควรผลักดันให้มีศาลสุขภาพเพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน
-  สถานการณ์ตอนนี้คือมีเยาวชนหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น  ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งที่กขป.ต้อง ดำเนินการด้วย

๓.๓.๔. ประเด็นเกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพ

ข้อเสนอเพิ่มเติม

๑.ปรับปรุงเป้าหมาย ๑)เกษตรกรให้พออยู่พอกินและผู้บริโภคมีอาหารสุขภาพเพียงพอ ๒)เพื่อปรับโครงสร้างการพึ่งพืชเศรษฐกิจจากยางพารามาส่งเสริมพืชเศรษฐกิจที่สามารถผลิตอาหารให้ประชาชน ๓)ส่งเสริมการผลิตอาหารและตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ

๒.กลไกสนับสนุน  ร่วมสร้างตัวแบบที่ชัดเจนโดยมีพื้นที่เป้าหมายระดับตำบล  ดำเนินการโดยกลไกแบบไม่เป็นทางการและทางการ ภาคีได้แก่ บริษัทประชารัฐประสานงาน สถาบันวิชาการ สภาเกษตรกรจังหวัด ท้องถิ่น ผู้ส่งออก การขนส่ง กยท. เกษตรและสหกรณ์ สาธารณสุขจังหวัด สื่อ

ข้อเสนอแนะต่อทิศทางการดำเนินงานภาพรวม

๑)ปรับยุทธศาสตร์ให้การจัดการความรู้ดำเนินการในทุกยุทธศาสตร์ รวมทั้งเรื่องการสื่อสารทางสังคมและการประเมินผล โดยมองทั้งระบบ

๒)ยึดถือหลักการทำงาน “เรียนรู้ เติมเต็ม ต่อยอด และขยายผล” ร่วมกัน การทำงานไม่ได้มีการแยกส่วน แต่พยายามทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน

๓)ประเด็นบุหรี่และปัจจัยเสี่ยง ควรเน้นการปรับกระบวนทัศน์และการจัดการความรู้ ทั้งของบุคคลและกลุ่ม ลองศึกษามาตรการในการฟ้องต่อศาลในฐานะประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจเป็นรูปแบบหนึ่งของกขป.ที่ดำเนินการร่วมกัน เป็นประเด็นความเสียหายที่เกิดจากการดูแลสุขภาพ และผลักดันให้เกิดศาลสุขภาพในอนาคต จะทำให้คนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพต้องระมัดระวังไม่ว่าจะเป็นผู้สูบบุหรี่มือสอง/มือสาม หรือในประเด็นเกษตร ที่อาจเกิดผลกระทบต่อการสุขภาพ เช่น กรณีที่รัฐส่งเสริมให้มีการปลูกยาสูบแต่ในขณะเดียวกันที่ชาวบ้านทำเกษตรเพื่อพอมีพอกิน

๔)กขป.อาจเลือกทำบางเรื่อง วิเคราะห์เครือข่ายและองค์กรที่ทำเรื่องต่างๆ การตั้งเป้าหมายภายในระยะเวลา ๔ ปี กขป.จะทำงานระยะสั้น ระยะยาวแค่ไหนอย่างไร รวมทั้งการวัดผลสำเร็จของกขป.ในระยะยาวด้วย

๕)Mapping ให้เห็นรูปแบบว่ามีกี่รูปแบบใน ๔ ประเด็น  ต้องวิเคราะห์ว่ารูปแบบนั้นๆมีช่องว่างอะไรบ้าง การขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนเป็นอย่างไร พื้นที่ต้นแบบเป็นกระบวนการทำงานร่วมกัน และผลงานเป็นของเครือข่ายร่วมกัน

๖)ใช้การเรียนรู้จากพื้นที่ตัวอย่างปรับกระบวนทัศน์การทำงานร่วมกัน ตั้งแต่กขป.และภาคีความร่วมมือ พร้อมสร้างระบบสนับสนุนที่จะรองรับเพื่อให้ทุกคนเป็นเจ้าของร่วม

๗)ยุทธศาสตร์ที่อยากเห็นคือ การเปลี่ยนความคิดของบุคคล การรวมตัวกันรายบุคคลเป็นกลุ่ม เครือข่าย และให้ความสำคัญกับการสื่อสารสาธารณะ ซึ่งเป็นบทบาทหนึ่งของ กขป.ที่ต้องดำเนินการ และควรต้องมีตัวแบบแล้วนำไปสู่การขยายผล ให้ความสนใจกับสิ่งที่เป็นจุดอ่อน การจัดการความรู้และการผลักดันนโยบายทั้งระดับพื้นที่และระดับชาติ  ลงมือทำจริงและทำแบบมีส่วนร่วม

๓.๔ การติดตามประเมินผล

นำเสนอ Output งานเขตสุขภาพเพื่อประชาชนเขต ๑๒ โดยนายชาคริต โภชะเรือง เลขานุการร่วม สช. บทบาทของกขป. คือประสานเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน และการติดตามประเมินผล การประเมินผลภายใน โดยมี input  output และ outcome ดังนี้ input มีการรวบรวมปัญหา/ทุนเดิม ประชุมกลุ่มย่อยทั้งทางการและไม่เป็นทางการร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พัฒนากลไกหนุนเสริม ระบบข้อมูลกลาง และการพัฒนาศักยภาพ output ยุทธศาสตร์ร่วมของงานประเด็น อันมาจากความเห็นร่วมของภาคีภาครัฐ/ท้องถิ่น/วิชาการ/เอกชน/ประชาสังคม/ชุมชน ร่วมกับเขตสุขภาพ สธ/4PW/DHB/กองทุนตำบล/หมู่บ้าน/องค์กรในกขป. มีการบูรณาการแผน One Plan และพื้นที่ปฎิบัติการ ความร่วมมือสร้างตัวแบบใหม่ มีการรายงานผลการทำงานร่วม วัดผลสำเร็จที่บุคคล/ครัวเรือน/พื้นที่ outcome จัดการความรู้/ภาคี ปรับแนวคิดและแนวทางเชิงนโยบายในการจัดทำแผนและกิจกรรม นโยบายสาธารณะในการปรับเชิงระบบ และการรับรู้ผลความสำเร็จร่วมของภาคี ทุกคนต้องเป็นเจ้าของการทำงานร่วมกัน การทำงานที่ต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ เน้นการต่อยอดและให้เครดิตพื้นที่ สิ่งใดที่เกิดใหม่นั่นคือผลงานของกขป.
การประเมินมีทั้งภายในและภายนอก  โดยแต่ละเขตฯจะต้องมีการทำรายงานประเมินทุก ๓ เดือน และมีรายงานคสช.(คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ) ซึ่งต้องรายงานปีละ ๑ ครั้ง การจัดทำรายงานเป็นการทำรายงานภาพรวม  แต่ละเขตรายงานเขตละ ๑ ประเด็น โดยมีตัวชี้วัดตามที่กำหนดไว้ ปีนี้ภาคใต้จะนำเสนอเป็นภาคแรกในช่วงเดือนพฤษภาคม

ข้อเสนอแนะการดำเนินงานเพิ่มเติม

๑.การกำหนดเป็น input&nbsp; output และ outcome มีระยะเวลาดำเนินการ ๔ ปี ให้มีความชัดเจนว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคืออะไร อะไรคือผลกระทบที่สามารถวัดได้ และสิ่งที่เป็น input ที่อยากเห็นคือ มีการใช้แผนแม่บท ให้ทุกหน่วยงานเห็นและทำร่วมกัน

๒.เสนอให้มีปฏิบัติการ คือ ๑) ศึกษาวิจัยด้านคุณภาพชีวิตใน ๔ ประเด็น เป็นการประเมินคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขต ๑๒ และมีการประเมินภาพรวมว่าคุณภาพชีวิตของคนทั้งภาคใต้มีคุณภาพชีวิตอย่างไร อยู่ในเกณฑ์ไหน และชี้ทิศทางที่ชัดเจนได้ รวมทั้งการทำงานเพื่อประสานงานร่วมกับเพื่อนเขตอื่นๆ และระดับประเทศ ๒)ศึกษาวิจัยเฝ้าระวังปัจจัยที่จะกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน  นำไปสู่การสื่อสารกับสังคมเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

๓.เชื่อมโยงการทำงานกับภาคีตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ(DHB) ภูมินิเวศ จังหวัด(4P-W) โดยมีฐานคิดว่าทุกคนเป็นเจ้าของเขตสุขภาพร่วมกัน โดยมียุทธศาสตร์การทำงานร่วมกัน ดังนี้ ๑.ยุทธศาสตร์การพัฒนาข้อมูลองค์ความรู้และการสนับสนุนการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย  ๒.ยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในรูปแบบการบูรณาการ เพื่อเสริมพลังในการทำงาน  ๓.ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายผ่านการสื่อสารทางสังคม  การทำงานต้องมีการวิเคราะห์ทั้ง ๔ ประเด็นว่ามีข้อมูลไหนที่ยังขาด การทำงานของกขป ที่ต้องมีการทำงานที่เกิดการยอมรับกัน และต้องมีการสื่อสารสังคม ถือว่าเป็นการขับเคลื่อนเชิงนโยบายไปในตัว โดยทำให้สังคมเห็นว่าบทบาทของกขป ในการขับเคลื่อนนโยบายเป็นอย่างไร

๔.การทำงานของกขป.ควรนำไปสู่การใช้ข้อมูล ความรู้ และสานพลัง การไม่มองว่าใครเป็นศัตรู เป็นการตกลงกันแบบสันติวิธี

สรุปการประชุม
๑)การกำหนดยุทธศาสตร์การทำงาน ควรทำควบคู่กับมีปฏิบัติการไปด้วย คิดแล้วทำ เตรียมประสาน ซึ่งสิ่งที่จะทำต่อไปคือการบูรณาการแผน เตรียมรายงานสู่สาธารณะ Kick off ดำเนินการ และการรายงานผลในช่วงแรกในช่วงเดือนมิถุนายน

๒)คณะทำงานประเด็นร่วมทั้ง ๔ จัดทำแผนปฎิบัติการในระยะเวลา ๑ ปี

๓)การติดตามประเมินผลภายใน มอบให้รองประธาน ดร.นฤทธิ์ ดวงสุวรรณ เป็นหัวหน้าทีม

๔)นัดประชุมกขป.ครั้งถัดไปวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

วาระที่ ๔ เรื่องอื่นๆ ขอเชิญตัวแทนกขป.เข้าร่วมงานสร้างสุขภาคใต้ในวันที่ ๒๘-๓๐ มีนาคม ๖๑ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติมอ.หาดใหญ่ ซึ่งทางผู้จัดขอเชิญจำนวน ๒ ท่าน โดยสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมได้ที่ทีมกองเลขา

แสดงความคิดเห็น

« 9669
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง