รวมพลัง 9 ภาคีอาสา จัดทัพรับมือภัยพิบัติภาคใต้ เน้นปฏิบัติการเร่งด่วนสู่การจัดการความรู้ และพัฒนาข้อเสนอนโยบายเชิงระบบในอนาคต

  • photo  , 1706x960 pixel , 146,970 bytes.
  • photo  , 1331x928 pixel , 111,643 bytes.
  • photo  , 1383x928 pixel , 121,353 bytes.
  • photo  , 1423x928 pixel , 87,195 bytes.
  • photo  , 1443x928 pixel , 104,346 bytes.
  • photo  , 1462x928 pixel , 101,336 bytes.
  • photo  , 1416x928 pixel , 120,423 bytes.
  • photo  , 1370x928 pixel , 82,165 bytes.
  • photo  , 1365x928 pixel , 81,758 bytes.
  • photo  , 1437x928 pixel , 81,074 bytes.
  • photo  , 1518x928 pixel , 78,960 bytes.

รวมพลัง 9 ภาคีอาสา จัดทัพรับมือภัยพิบัติภาคใต้ เน้นปฏิบัติการเร่งด่วนสู่การจัดการความรู้ และพัฒนาข้อเสนอนโยบายเชิงระบบในอนาคต

วันที่  29 พฤศจิกายน 2568 กลุ่มภาคี 9 หน่วยงาน ได้จัดการประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมี ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ เป็นประธานที่ประชุม เพื่อหารือแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

วัตถุประสงค์การดำเนินงาน

เพื่ออัพเดตสถานการณ์ และการเปลี่ยนจากการประชุมถอดบทเรียนไปสู่ปฏิบัติการจริง เพื่อสร้างระบบจัดการภัยพิบัติที่ยั่งยืนและมีการขับเคลื่อนประเด็นร้อนร่วมกัน

ทิศทางการขับเคลื่อนของกลุ่มภาคี 9 หน่วยงาน แบ่งเป็น 3 ระยะ พร้อมการขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างหลัก โดย

(1)ระยะเร่งด่วน (1-2 เดือน): มุ่งเน้นการฟื้นฟูโดยให้ พอช. เป็นกำลังหลักในการฟื้นฟูพื้นที่ระดับฐานราก และ สพฉ. เป็นแพลตฟอร์มกลางด้านสุขภาพฉุกเฉิน รวมถึงการผลักดันให้รัฐบาลใช้ระเบียบกระทรวงการคลังชดเชยเยียวยาเต็มรูปแบบ

(2)ระยะกลาง (สร้างระบบ): เน้นการเสริมศักยภาพท้องถิ่น โดยจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการภัยพิบัติให้พื้นที่เสี่ยงทันที พร้อมพัฒนาแอปพลิเคชั่น/แพลตฟอร์มกลาง เพื่อเชื่อมโยงผู้ประสบภัยและความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ

(3)ระยะยาว (ปฏิรูปเชิงโครงสร้าง): มุ่งเน้นการ ปฏิรูปกฎหมายภัยพิบัติ เพื่อให้ อำนาจท้องถิ่น สามารถบริหารจัดการ เตรียมการป้องกัน และสั่งการอพยพได้อย่างเด็ดขาด

สรุปการดำเนินงานระยะต่อไป กำหนดแผนสำคัญ 2 ส่วนคือ

ระยะฟื้นฟูเร่งด่วน: ให้ พอช. เป็นผู้ประสานงานหลักในการฟื้นฟูพื้นที่ และ สพฉ. เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการเร่งดำเนินการจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่ท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงทันที

การขับเคลื่อนเชิงระบบ: ภาคีจะเน้นการรวบรวมข้อเสนอเชิงระบบ/นโยบายเพื่อเสนอต่อรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการปฏิรูปกฎหมายภัยพิบัติ เพื่อเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นบริหารจัดการได้จริง และมีการขยายภาคีรับหลักการเพิ่มองค์การสื่อสาธารณะ (Thai PBS) เข้ามาร่วมเป็นภาคีที่ 10 เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารและสนับสนุนการทำงานในทุกมิติ

ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการจัดเวที "สมัชชาประชาชนเชิงประเด็นในพื้นที่" โดยใช้สถานการณ์วิกฤตในพื้นที่เป็นฐานของการหารือ เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงระบบ/นโยบายที่สามารถผลักดันได้ทันท่วงที วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ กำหนดเจ้าภาพร่วม สช. และ Thai PBS

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ สช. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

Relate topics