“สานพลังขับเคลื่อนนโยบายเขตสุขภาพเพื่อประชาชน”

  • photo  , 1000x750 pixel , 134,584 bytes.
  • photo  , 1000x750 pixel , 100,948 bytes.
  • photo  , 2048x1365 pixel , 121,750 bytes.
  • photo  , 1000x750 pixel , 138,508 bytes.
  • photo  , 2048x1365 pixel , 128,333 bytes.
  • photo  , 2048x1365 pixel , 147,752 bytes.
  • photo  , 2048x1365 pixel , 153,579 bytes.
  • photo  , 2048x1365 pixel , 156,126 bytes.
  • photo  , 2048x1365 pixel , 175,900 bytes.
  • photo  , 2048x1365 pixel , 172,829 bytes.
  • photo  , 2048x1365 pixel , 202,965 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 92,521 bytes.
  • photo  , 1000x750 pixel , 141,341 bytes.

สช. สานพลัง 5 องค์กรหลัก ยกระดับ “กขป.” สู่กลไกขับเคลื่อนสุขภาวะประชาชนทั่วประเทศ ผนึกภาคี กขป. 1-13 มุ่งเปลี่ยน “วาระสุขภาพ” สู่ “การปฏิบัติจริงเพื่อสุขภาวะประชาชน"

สช. เปิดเวที “สานพลังขับเคลื่อนนโยบายเขตสุขภาพเพื่อประชาชน”

สะท้อนพลังความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคีสุขภาพระดับประเทศ เมื่อผู้บริหารจากกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกรุงเทพมหานคร ร่วมกับคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) ทั้ง 13 เขต  แลกเปลี่ยนผลการประเมินการดำเนินงานของ กขป. ทั้ง 13 เขต พร้อมกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันในอนาคต เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาสุขภาวะของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน พร้อมรับฟังผลการประเมินการดำเนินงาน ชี้จุดแข็งการเป็นพื้นที่กลางเชื่อมประสานทุกภาคส่วน และเร่งพัฒนากลไกนำมติและวาระสุขภาพไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมให้สามารถตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

กล่าวในที่ประชุม “สานพลังนโยบายขับเคลื่อนเขตสุขภาพเพื่อประชาชน”  ถึงความสำคัญของกลไก กขป. ซึ่งดำเนินงานมาเกือบ 10 ปี และเข้าสู่การทำงานของคณะกรรมการชุดที่ 3 โดยเน้นย้ำว่าจุดแข็งสำคัญของ กขป. คือการรวมพลังจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายการทำงานในพื้นที่แตกต่างกัน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างทั้ง 13 เขต  สช.จะหนุนการใช้ระบบข้อมูลเพื่อชี้ประเด็นปัญหาสุขภาวะของพื้นที่ และจะผลักดันวาระสำคัญของพื้นที่เข้าสู่กลไกนโยบายระดับชาติ

ด้าน นพ.ภัทรพล จึงสมเจตน์ไพศาล ที่ปรึกษาระดับกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำบทบาทของ กขป.ที่เป็นกลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการเชื่อมโยงทรัพยากรและแผนงานของหน่วยงานต่างๆ ให้เกิดการบูรณาการทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงประเด็น โดยเฉพาะการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ และการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

ขณะที่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการขับเคลื่อนกขป. พร้อมเชื่อมกลไกสปสช. งบประมาณ ข้อมูล และเครือข่ายท้องถิ่น สนับสนุนกขป.ขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพของพื้นที่สู่การปฏิบัติร่วมกัน  โดยชี้ว่า กขป. มีบทบาทสำคัญในการกำหนดและสะท้อนปัญหาสุขภาพของพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานที่มีภารกิจและทรัพยากรสามารถนำไปดำเนินการร่วมกันได้ พร้อมเสริมความเข้มแข็งของทีมเลขานุการร่วม ทั้งการกำหนดวาระ การประสานผู้รับผิดชอบ และการติดตามผล

ขณะที่ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการ สสส. เสนอแนวทางทำงานเชิงรุกผ่านการสนับสนุนชุมชนและภาคประชาสังคมให้มีบทบาทมากขึ้นในการแก้ปัญหาสุขภาวะ โดยมุ่งวัดผลลัพธ์ที่เกิดกับประชาชนจริง ทั้งด้านพฤติกรรมสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความเข้มแข็งของชุมชน รวมถึงเสนอให้ กขป. เป็นส่วนหนึ่งของกลไกระดับจังหวัดที่ สสส.จะร่วมสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อน

ส่วน พญ.ดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ในฐานะกขป.เขตที่ 13 ยืนยันความพร้อมในการร่วมขับเคลื่อนประเด็นสำคัญ ทั้งด้านผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยใช้ศักยภาพของกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร เป็นกลไกสนับสนุนสำคัญ

การแลกเปลี่ยนจากผู้แทน กขป. ทั้ง 13 เขต ยังสะท้อนประสบการณ์การขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพที่หลากหลาย อาทิ การจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5  การแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านสุขภาพจากมลพิษในแม่น้ำ  สุขภาวะทางจิต การจัดการปัจจัยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้า การพัฒนาระบบสุขภาพและการเข้าถึงบริการ ตลอดจนการจัดการภัยพิบัติและปัญหาสุขภาพที่เชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเครือข่ายในการเชื่อมโยงความร่วมมือและทรัพยากรจากหน่วยงานต่าง ๆ

ทั้งนี้ เวทีได้สะท้อนทิศทางสำคัญของการพัฒนากลไก กขป. ในระยะต่อไป ได้แก่

•การทบทวนและจัดลำดับความสำคัญของวาระสุขภาพ การกำหนดวาระร่วม เช่น การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ

•การกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพในการขับเคลื่อนให้ชัดเจน

•การพัฒนาศักยภาพการทำงานร่วมของกลไกเลขานุการ

•การใช้ระบบข้อมูลและตัวชี้วัดร่วมในการทำงาน

•การขยายการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคีเครือข่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ก้าวต่อไปของ กขป. จึงไม่ใช่เพียงการสร้างเวทีความร่วมมือหรือการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่คือการเชื่อมพลังของทุกภาคส่วนให้เกิดการลงมือทำร่วมกัน และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสัมผัสได้จริง

ภายในเวทียังมีนักวิชาการจากสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอผลการประเมินการดำเนินงานของ กขป. ในช่วงปี 2567–2568 ซึ่งพบว่า กขป. สามารถทำหน้าที่เป็น “พื้นที่กลาง” ในการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายและร่วมกันกำหนดวาระสุขภาพที่สอดคล้องกับบริบทและปัญหาของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน** อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การเชื่อมโยงมติและข้อเสนอเชิงนโยบายไปสู่การดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการจัดระบบทรัพยากร การติดตามผลลัพธ์ และการสร้างความต่อเนื่องของการดำเนินงาน

ผลการประเมินยังสะท้อนว่า ร้อยละ 49.6 ของผู้ให้ข้อมูลในกลุ่มที่เกี่ยวข้องระบุว่าเกิดการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และร้อยละ 38.4 ระบุว่ามีข้อตกลงหรือแผนปฏิบัติการร่วมที่สามารถนำไปดำเนินการได้จริง สะท้อนศักยภาพของกลไก กขป. ในการสร้างความร่วมมือ ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นความจำเป็นในการยกระดับจากการสร้างความร่วมมือไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระบบงานและสุขภาพของประชาชน

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ สช. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

Relate topics