"กขป.เขต 12 ประชุมเครือข่ายประเด็นการรับมือภัยพิบัติจากภาวะโลกเดือด"
วันที่ 22 เมษายน 2569 ช่วงบ่าย คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน(กขป.)เขต 12 ประชุมเครือข่ายประเด็นการรับมือภัยพิบัติจากภาวะโลกเดือด เพื่อร่วมเติมเต็มร่างแผนปฎิบัติการ 4 ปี ประเด็นฯ และเสนอแนะแนวทางความร่วมมือ ผ่านระบบประชุมทางไกล มีผู้เข้าร่วม 19 คน ประกอบด้วยกขป. เลขานุการ ภาคีเครือข่ายจากสปสช. สนส.มอ. สมัชชาสุขภาพจังหวัดตรัง สตูล สคพ.16
สรุปประเด็นสำคัญ
1.ความก้าวหน้าการดำเนินงาน
1.1 จังหวัดสตูล พบปัญหาภัยพิบัติสำคัญคือ อุทกภัย จากสาเหตุเตือนไม่ทัน น้ำมาเร็ว เชี่ยว มาจากเขา 2 ทางรวมน้ำทะเลหนุน เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดมาก่อนเพราะเป็นน้ำท่วมในช่วงเดือนพฤศจิกายน ฌโดยพื้นที่อำเภอเมือง ละงู ท่าแพ ควนโดน รุนแรงที่สุด มีการถอดบทเรียนกันหลายครั้งจากหลายองค์กร มีข้อเสนอให้ยกระดับบทเรียนดังกล่าวรวมกับสช. มีกลุ่มเล็กสรุปภาพรวม จัดทำข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานและใช้สำหรับเสริมหนุนการทำงานต่อไป
1.2 จังหวัดสงขลา มีการถอดบทเรียนร่วมกันจากหลายฝ่าย รวมถึงความร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่นส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมหาทางรับมือ ปัจจุบันกำลังเร่งรัดให้ความช่วยเหลือเงินซ่อมบ้าน
1)ข้อมูลจากสคพ.16 สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ช่วงเกิดอุทกภัยในสงขลา ได้มีการเตรียมบุคลากร รถ เรือ จากหน่วยงานในสังกัด อาทิ กรมจัดการอุทยาน กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำ ศูนย์เทคโนโลยีและอากาศยาน อาศัยพื้นที่องค์การสวนสัตว์จัดตั้งศุนย์พักพิง ครัวกลาง ประสานงานโดยทสจ.จังหวัด โดยสคพ.ที่ 16 ดูแลการจัดการขยะที่มี 2.5 แสนตัน พบปัญหาการต่างคนต่างทำ ขาดศูนย์บัญชาการกลาง มีอุปกรณ์แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เนื่องจากไม่มีคนนำทาง หาวัตถุดิบปรุงอาหารยาก ปัจจุบันปัญหาขยะที่นำไปพักค้างรอจัดการที่ตำบลเกาะแต้ว ไม่สามารถนำเข้ากำจัดที่โรงไฟฟ้าได้เนื่องจากมีขยะชิ้นใหญ่และโคลน เมื่อเผาแล้วทำให้เกิดมลภาวะมีการต่อต้านจากชุมชน จนมีข้อสรุปไม่ให้เผาให้นำมาฝังกลบแทน
2)ความร่วมมือในพื้นที่ 5 ชุมชนควนลัง "สองคลองควนลัง" โดยมีมัสยิดควนสันติเป็นหน่วยประสานงาน ร่วมกันระหว่าง ม.ทักษิณ มูลนิธิชุมชนสงขลา มูลนิธิ scg มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก สช. สปสช. สสส. จะมีการ MOU กันวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ปัจจุบันได้ดำเนินการฟื้นฟูชุุมชนและเตรียมความพร้อมทำแผนรับมืออุทกภัยให้แล้วเสร็จ ตุลาคมนี้เพื่อเปิดศูนย์ประสานงาน ชุดประสบการณ์และผลที่ได้ จะนำไปขยายผลการทำแผนกับกลุ่มชุมชนใน 4 อปท.ของหาดใหญ่ต่อไป
3)มูลนิธิ scccrn ดูแลการใช้ cctv ในการเตือนภัยให้ประชาชน ดูภาพน้ำในคลองอู่ตะเภา ณ จุดเฝ้าระวัง พร้อมขยายไปช่วยชุมชนในการเตรียมความพร้อมเพื่อลดความสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน
4)มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กำลังประสานของบมายกระดับการดำเนินงาน
1.flood model เพื่อช่วยการเตือนภัยแบบแม่นยำ
2.การจัดระบบศูนย์อพยพ ที่จะดูแลประชากรที่ได้รับผลกระทบในภาพรวมของเมือง รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่เป็นผู้ป่วย คนพิการ
3.ทำแผนกับกลุ่มชุมชนรับมืออุทกภัย
5)เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้ ร่วมกับเครือข่ายลุ่มน้ำภูมี สร้างกระบวนการรู้รับปรับตัวกับภาวะโลกเดือดก่อนเกิดภัย ใน 6 ปัญหา คือ ร้อน แล้ง น้ำท่วม พายุ รวมถึงฝุ่นและอัคคีภัย เน้นการมีปัจจัย 4
1.3 จังหวัดยะลา ศอบต.เป็นหน่วยประสานงานกลาง เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย รวมหน่วยงานต่างๆ และเป็นศูนย์บัญชาการช่วยเหลือในพื้นที่ 5 จังหวัด พร้อมสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพ เตรียมความพร้อมชุมชน ให้เข้าใจเส้นทางน้ำ การเตรียมจุดอพยพ การกู้ภัย การทำครัวกลาง การฟื้นฟู พบบทเรียน เมื่อเกิดสถานการณ์จริง ไม่เป็นไปตามแผน คือ พบปัญหาน้ำเชี่ยว แรง สัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี ประสานงานไม่ได้ พื้นที่ต่ำ/ไกล น้ำเชี่ยวขาดอาหาร ศูนย์ประสานงานกลาง ประสานความช่วยเหลือไม่ทันกับความต้องการ มี app ที่ร้องขอความช่วยเหลือเข้ามามากแต่ช่วยได้น้อย การฟื้นฟูหลังประสบเหตุ พบอาการหวาดผวาในกลุ่มประชากร มีตำบลต้นแบบ เช่น ตำบลท่าธง ตำบลยุโป ที่สามารถรับมือได้ดี ชุมชนจัดการตั้งครัวสนามกันเอง ม.ราชภัฎยะลาได้พัฒนาระบบข้อมูลตำบลเพื่อบันทึกข้อมูลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเข้าระบบของศูนย์พักพิงที่ดูแล มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ รายงานข้อมูลผ่านกลุ่มไลน์ เทศบาลนครยะลาจัดการบริหารรับมืออุทกภัยร่วมกับอปท.ในพื้นที่ได้ดี กระจายอำนาจการทำครัวกลางให้ชุมชน สภาเครือข่ายฯฝึกเครือข่ายกู้ภัยได้จำนวนหนึ่งในการเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
1.4 จังหวัดปัตตานี ใช้ธงสี และพัฒนาระบบเตือนภัยร่วมกันระหว่าง ม.อ.ปัตตานี อบจ. และจังหวัด พร้อมขุดลอกคูคลอง จัดระบบระบายน้ำเพื่อผลักดันน้ำออกจากพื่้นที่ และแก้ปัญหาขยะในคู/ท่อ
1.5 จังหวัดตรัง ในส่วนคนพิการ ต้องการให้ช่วยจัดระบบศูนย์อพยพสำหรับคนพิการ
1.6 Node เศรษฐกิจฐานราก ปรับกิจกรรมเสริมชุมชนในโครงการในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ให้มีการทำแผนช่วยเหลือด้านอาหารให้กับกลุ่มเปราะบาง
1.7 สนส.มอ. ร่วมกับภาคีอาสาพัฒนา และสสส.พัฒนาศักยภาพอปท.ในพื้นที่ภาคใต้ 30 แห่ง ขยายผลข้อเสนอจากสมุดปกแดงที่ผ่านมติครม.จัดทำหลักสูตร 5 โมดูล พัฒนาศักยภาพให้กับพี่เลี้ยงกองทุนสุขภาพตำบล
2.แนวทางเพิ่มเติม
2.1 การสรุปบทเรียน แลกเปลี่ยนกันเป็นระยะ
2.2 ความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะฐานพหุวัฒนธรรม ไทยพุทธ อิสลาม จีน ที่จะนำมาเสริมหนุนช่วยเหลือยามประสบภัยและการดูแลคุณภาพชีวิต
2.3 การเสนอแนะเชิงนโยบาย ในการจัดระบบข้อมูลกลุ่มเปราะบางเข้าสู่การดูแลในช่วงเกิดภัย หลังเกิดภัย การทำกองทุุนกลางในชุมชน การประสานให้เข้าถึงสิทธิพื้นฐานตามกฏหมายหลังเกิดภัย การปรับแก้กฏหมายต่างๆ เช่น กรณีมีบ้านหลายหลัง การให้มีอาสาสมัครกู้ภัยประจำชุมชน
Relate topics
- Kick Off การบูรณาการความร่วมมือในการยกระดับพัฒนาพื้นที่ภัยพิบัติเป็นพื้นที่สุขภาวะ (HEALTHY SPACE FOR ALL) ภาคใต้
- "ประชุมคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต12" ครั้งที่ 2/2569
- ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปปลาดุก ภายใต้ขยายผลเศรษฐกิจฐานรากจากทรัพยากรประมงโมเดลเศรษฐกิจ BCG จังหวัดปัตตานี
- ยกระดับสมุนไพรไทย “ขมิ้นชันสตูล” ภายใต้ความร่วมมือไทย–เยอรมัน
- เกษตรกร–ภาคีเครือข่ายกว่า 300 คน ร่วมโครงการสร้างความร่วมมือ ฟื้นฟูอาชีพในสงขลา
- BUDDYALERT.ORG “แพลตฟอร์มดูแลกัน…คุ้มครองกัน เพราะเพื่อนสำคัญ”
- ภารกิจร่วม “คนช่วยฅน” สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สู้ความยากจน
- พัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงเพื่อป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด พัฒนาสุขภาพปฐมภูมิใน รพ.สต.ที่ถ่ายโอนภารกิจ อบจ.สงขลา
- "เวทีสานพลังขับเคลื่อน สู่การขจัดความยากจนข้ามรุ่น จ.สงขลา"
- สร้างเสริมศักยภาพชุมชนและภาคียกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางด้วยแนวคิดเศรษฐกิจฐานรากชุมชนริมคลองเมืองสงขลา















